บ้านไหนที่มีญาติผู้ใหญ่ต้องเคยโดนใช้ให้ไปซื้อยาชุดที่ร้านขายของชำแน่ๆ เราอาจจะสงสัยว่าทำไมยาถึงมีจำหน่ายที่ร้านขายของชำ ซึ่งไม่ได้มีเภสัชกรแนะนำ ขอบอกเลยว่าเป็นอันตรายมากๆ แม้ว่าญาติผู้ใหญ่จะบอกว่ากินแล้วดีกว่าไปโรงพยาบาล หรือกินแล้วหาย วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่ายาชุดคืออะไร แล้วอันตรายขนาดไหน
ยาชุด
ยาชุด หมายถึง ยาที่ผู้ขายจัดรวมไว้เป็นชุดให้กับผู้ซื้อ สำหรับกินครั้งละ 1 ชุด โดยมีรูปแบบและสีของยาต่างๆ กัน โดยไม่แยกว่าเป็นยาชนิดใด ควรจะกินเวลาไหน โดยทั่วไปมักจะมียาตั้งแต่ 3-5 เม็ดหรือมากกว่า ยาชุดในปัจจุบันมีการพัฒนาไปมาก เช่น บรรจุแบบสำเร็จรูปโดยมีฉลากระบุสรรพคุณไว้ข้างซองยา ในลักษณะครอบจักรวาล ทำเป็นยาลูกกลอนเลียนแบบยาสมุนไพร หรือป่นเป็นผงรวมไปกับยาสมุนไพร ตัวยาที่บรรจุอยู่ในยาชุดอาจแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ โดยส่วนใหญ่จะมียาสเตียรอยด์เป็นส่วนประกอบและมักจะขายรวมกับยาต้านอักเสบที่มิใช่สเตียรอยด์ เช่น Ibuprofen เป็นต้น
อันตรายจากยาชุด
ยาชุดจะประกอบไปด้วยยาหลายๆ เม็ดสำหรับรับประทานในแต่ละครั้ง โดยหวังผลเพื่อ รักษาอาการหลายอย่าง เช่น ยาชุดสำหรับรักษาไข้หวัด จะประกอบด้วย ยาลดไข้ ยาแก้ไอ ยาลดน้ำมูก ยาปฏิชีวนะ ซึ่งผู้ขายจะจัดให้เป็นชุดๆ แต่ละชุดให้รับประทาน 1 ครั้งหมด เพราะฉะนั้นถ้าจะให้รับประทานวันละ 3 ครั้ง ติดต่อกัน 5 วัน ก็จะได้ 15 ชุด แต่การทำเช่นนี้ทำให้ผู้ป่วยได้ยาเกินความจำเป็น และบางรายอาจได้รับยาชุดที่มีสเตียรอยด์อยู่ด้วย ซึ่งจะก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี สเตียรอยด์บรรเทาอาการต่างๆได้อย่างรวดเร็ว แต่ไม่ได้รักษาเพียงแค่บดบังอาการซ้ำยังลดความต้านทานของร่างกายในการต่อสู่กับเชื้อโรคด้วย ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เช่น
- ได้รับยาเกินขนาด เนื่องจากในยาชุดมักมีตัวยาซ้ำซ้อนกัน เช่น ยาชุดแก้ปวดเมื่อย 1 ชุด จะมียาแก้ปวดมาให้ 2-3 เม็ด เมื่อรับประทานเข้าไป โอกาสในการได้รับอันตรายจากสารพิษของยาจึงมีเพิ่มขึ้น
- มียาสเตียรอยด์ร่วมด้วย เพื่อทำให้อาการของโรคบรรเทาโดยเร็ว แต่ยาสเตียรอยด์มีผลข้างเคียงหลายอย่าง เช่น มีอาการบวมน้ำ กระดูกผุ ผิวหนังบาง เลือดออกในกระเพาะอาหาร ภูมิต้านทานโรคต่ำ จนอาจเป็นสาเหตุของโรคร้ายแรงอื่น ๆ ตามมาได้ ผู้ป่วยที่ได้รับสเตียรอยด์จากการรับประทานยาชุด จึงมักเสียชีวิตจากการติดเชื้อรุนแรง
- เกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยา เช่น การแพ้ยา เพราะไม่รู้ว่ายาชื่ออะไร ซึ่งอาจเป็นยาที่ผู้ใช้มีประวัติแพ้ยาปนอยู่
- ยาชุดหนึ่งอาจมียาที่เสริมฤทธิ์กันซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายจากยาเพิ่มขึ้น หรืออาจมียาที่ต้านฤทธิ์กัน ทำให้รับประทานไปแล้วรักษาไม่ได้ผล
รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าลืมนำไปให้ความรู้กับผู้ใหญ่ที่บ้านด้วยล่ะ หากเมื่อมีอาการเจ็บป่วย อยากจะให้ไปพบคุณหมอ เพื่อให้มีการวินิจฉัยและรักษาได้ตรงตามอาการ ซึ่งปลอดภัย และทำให้อาการเหล่านั้นหายด้วย
