0 Comments

เรามักจะได้ยินคำว่าติดสารสเตรียรอยด์กันอยู่บ่อยครั้งกับบริเวณผิวหน้า ซึ่งสเตียรอยด์เป็นยาที่มีฤทธิ์ต้านอาการอักเสบ อันได้แก่ อาการปวด บวม แดง ร้อน ของเนื้อเยื่อภายในร่างกาย รวมถึงฤทธิ์ในการกดภูมิคุ้มกันและลดไข้ จึงนิยมใช้ในการรักษาอาการปวดของกล้ามเนื้อบางชนิด หรือโรคทางเดินหายใจที่มีการอักเสบของหลอดลมร่วมด้วย เพื่อบรรเทาอาการให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บป่วยน้อยลง ผู้ป่วยจะรู้สึกว่าอาการเจ็บปวดหายไป ผลิตภัณฑืเครื่องสำอางบางกลุ่ม ใช้สารสเตียรอยด์เพื่อโฆษณาให้เกินจริง พอมีคนหลงเชื่อ แล้วมาใช้ทำให้เกิดอาการแพ้ขึ้นได้ 

ประเภทของสเตียรอยดฺ

1. สเตียรอยด์ประเภทใช้ภายนอก

  • ยาทา (ทั้งในรูปครีม โลชั่น ขึ้ผึ้ง) สำหรับรักษาผื่นแพ้ ลมพิษ ผิวหนังอักเสบ สะเก็ดเงิน
  • ยาหยอดตา ยาป้ายตา ยาหยอดหู สำหรับรักษาภูมิแพ้หรืออักเสบที่ตาและหู
  • ยาพ่นจมูก สำหรับรักษาโรคภูมิแพ้ที่มีอาการทางจมูก ริดสีดวงจมูก
  • ยาพ่นคอ สำหรับรักษาโรคหืด ภูมิแพ้ที่ทำให้เกิดอาการหอบ

2. สเตียรอยด์ประเภทกินและฉีด

การรักษาโรคหรือภาวะบางอย่าง จำเป็นต้องใช้ยากินหรือยาฉีดเท่านั้น เช่น อาการแพ้บางชนิด โรคหืดชนิดรุนแรง โรคภูมิคุ้มกันไวเกิน ผู้ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ เป็นต้น

อันตรายจากการใช้สเตียรอยด์

1. การติดเชื้อ

การใช้สเตียรอยด์ในขนาดสูงมีผลกดภูมิต้านทานของร่างกาย ทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อราได้ง่าย นอกจากนี้สเตียรอยด์ยังอาจบดบังอาการแสดงของโรคติดเชื้อ ทำให้ตรวจพบโรคเมื่ออาการรุนแรงแล้ว

2. กดการหลั่งฮอร์โมนภายในร่างกาย

การให้สเตียรอยด์ขนาดสูง จะไปกดการทำงานของระบบอวัยวะที่ทำหน้าที่สร้างและควบคุมการการหลั่งฮอร์โมนชนิดนี้ ซึ่งจะมากหรือน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับขนาดของยาและระยะเวลาในการใช้ยา ทำให้เมื่อหยุดใช้ยานี้แล้ว ร่างกายไม่สามารถสร้างฮอร์โมนนี้ได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

3. แผลในกระเพาะอาหาร

สเตียรอยด์มีผลทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารบางลง และยับยั้งการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ทดแทนเนื้อเยื่อเก่าที่หลุดไป การใช้สเตียรอยด์อาจทำให้มีอาการกระเพาะอาหารทะลุ หรือเลือดออกในกระเพาะอาหารได้ โดยไม่มีอาการปวดมาก่อน

4. ผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง

สเตียรอยด์อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพ และอารมณ์ของผู้ใช้ยาได้ นอกจากนี้ยังพบอาการไม่พึงประสงค์อื่น ๆ เช่น นอนไม่หลับ เจริญอาหาร กระสับกระส่าย หงุดหงิด เป็นต้น

5. กระดูกผุ (Osteoporosis)

การใช้สเตียรอยด์ติดต่อกันเป็นเวลานาน มีผลทำให้กระดูกผุได้ ดังนั้น ผู้ที่มีแนวโน้มที่จะเกิดกระดูกผุอยู่แล้ว เช่น ผู้สูงอายุ, หญิงวัยทอง และคนที่มีประวัติโรคไขกระดูก ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ติดต่อกันเป็นเวลานาน

6. ทำให้ระดับโปแตสเซียมในเลือดต่ำ

ผลของสเตียรอยด์ ทำให้ร่างกายสูญเสียเกลือโปแตสเซียมทางปัสสาวะมาก ซึ่งป้องกันได้โดยให้ลดการกินโซเดียม และกินอาหารที่มีโปแตสเซียมสูงแทน เช่น ส้ม กล้วย ผู้ที่มีระดับโปแตสเซียมต่ำมาก อาจมีผลทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย กล้ามเนื้อไม่มีแรง และหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือหยุดเต้นได้

รู้แบบนี้แล้วก่อนที่จะใช้สเตียรอยด์ ต้องมีการปรึกษาผู้เชี่ยยวชาญหรือแพทย์ทุกครั้ง เพื่อควบคุมการใช้สเตียรอยด์ที่มากจนเกินไปนั่นเอง 

Related Posts

เนื้องอก

รู้เท่าทันเนื้องอกในมดลูก ที่ผู้หญิงทุกคนไม่ควรมองข้าม!

เมื่อพูดถึง “เนื้องอก” เชื่อได้เลยว่าทุกคนจะต้องกลัวกันอย่างแน่นอน เพราะคิดว่าเป็นโรคที่อันตราย และอาจจะมีความร้ายแรงถึงชีวิตเลยทีเดียว โดยเฉพาะเนื้องอกในมดลูกของผู้หญิง ที่เราสามารถพบเห็นได้บ่อยที่สุดในวัยเจริญพันธุ์ แต่ทุกคนรู้หรือไม่ว่า ความจริงแล้วเนื้องอกในมดลูกไม่ได้ร้ายแรงหรือน่ากลัวอย่างที่คิด เพราะจะเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้…

ดอลลี่อาย คือ

เพิ่มมูลค่าธุรกิจด้วยกลยุทธ์ดอลลี่อายสร้างประสบการณ์ลูกค้า

กลยุทธ์สร้างประสบการณ์ลูกค้าด้วยผลิตภัณฑ์ดอลลี่อายเพื่อขยายมูลค่าธุรกิจ คำว่า ดอลลี่อาย คือผลิตภัณฑ์ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างประสบการณ์เชิงบวกแก่ลูกค้าในกลุ่มเครื่องสำอาง การเข้าใจกลยุทธ์การใช้ดอลลี่อายให้เกิดประโยชน์สูงสุดจึงเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มมูลค่าธุรกิจโดยเฉพาะในตลาดที่เน้นประสบการณ์ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ความหมายและคุณลักษณะเฉพาะของดอลลี่อาย ดอลลี่อาย คือชื่อเรียกของคอนแทคเลนส์ที่มีลักษณะเน้นให้ดวงตาดูกลมโต มีเสน่ห์แบบเด็ก ๆ…

Laxative

ยาระบายคืออะไร ใช้อย่างไรให้ถูกต้อง

อาการท้องผูก เป็นอาการที่สามารถพบเจอได้กับทุกเพศทุกวัย ซึ่งจะเป็นภาวะที่มีความถี่ในการถ่ายอุจจาระน้อยกว่าปกติ โดยมีลักษณะอุจจาระที่แข็ง หรือมีอาการถ่ายลำบาก ต้องใช้แรงเบ่งมากเวลาถ่ายอุจจาระ หรือใช้เวลาในการขับถ่ายเป็นเวลานาน หรือมีอาการถ่ายไม่สุด มีอาการปวดอยากถ่ายอีกภายหลังจากถ่ายอุจจาระไปแล้ว ต้องใช้นิ้วหรือใช้น้ำช่วยในการขับถ่าย…