อาการท้องผูก เป็นอาการที่สามารถพบเจอได้กับทุกเพศทุกวัย ซึ่งจะเป็นภาวะที่มีความถี่ในการถ่ายอุจจาระน้อยกว่าปกติ โดยมีลักษณะอุจจาระที่แข็ง หรือมีอาการถ่ายลำบาก ต้องใช้แรงเบ่งมากเวลาถ่ายอุจจาระ หรือใช้เวลาในการขับถ่ายเป็นเวลานาน หรือมีอาการถ่ายไม่สุด มีอาการปวดอยากถ่ายอีกภายหลังจากถ่ายอุจจาระไปแล้ว ต้องใช้นิ้วหรือใช้น้ำช่วยในการขับถ่าย ซึ่งการใช้ยาระบายนั้นเป็นวิธีที่จะช่วยรักษาอาการท้องผูกได้ แต่จะต้องใช้อย่างถูกต้องเพื่อความปลอดภัย วันนี้เรามาทำความรู้จักกับยาระบายและวิธีการใช้งานที่ถูกต้องกันเลยดีกว่า
ยาระบายคืออะไร
ยาระบาย (Laxative Drug) คือยาที่ใช้รักษาอาการท้องผูก ยาระบายจะออกฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของลำไส้ หรืออาจเพิ่มความอ่อนนุ่มให้อุจจาระ ทำให้อุจจาระเคลื่อนตัวได้สะดวกและง่ายต่อการขับถ่าย ก่อนใช้ยาระบายควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพราะอาจทำให้เกิดปฏิกิริยากับยา ฮอร์โมน วิตามินหรืออาหารเสริมที่รับประทานอยู่ในขณะนั้นได้
ประเภทของยาระบาย
1. กลุ่มยาที่ช่วยเพิ่มปริมาณกากอาหารในลำไส้ (Bulk forming laxatives)
เป็นสารประเภทใยอาหาร สามารถอุ้มน้ำและเพิ่มมวลให้อุจจาระ ทำให้อุจจาระนิ่มขึ้น ยากลุ่มนี้ใช้ได้ผลดีกับผู้ที่ท้องผูกเล็กน้อย รวมถึงสตรีมีครรภ์ สำหรับการใช้งานนั้นจะต้องห้สารเหล่านี้พองตัวเต็มที่ในน้ำก่อนรับประทาน และควรดื่มน้ำตาม อย่างน้อย 1 แก้ว ไม่เช่นนั้นอาจเกิดการอุดตันในทางเดินอาหารได้ เหมาะกับอาการท้องผูกเล็กน้อย
2. กลุ่มยาที่เพิมปริมาณน้ำในลำไส้ (Osmotic and saline laxatives)
เป็นยาที่จะเข้าไปเพิ่มเพิ่มปริมาณน้ำในลำไส้ใหญ่และทำให้ลำไส้เกิดการบีบตัว ซึ่งอาจจะต้องระมัดระวังในการใช้หากใช้ในปริมาณที่มากเกินไปอาจส่งผลต่อระดับอิเล็กโทรไลต์และปริมาณน้ำในร่างกายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่ไตทำงานบกพร่อง
3. กลุ่มยาที่กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ (Stimulant laxatives)
เป็นยาที่ออกฤทธิ์กระตุ้นลำไส้ให้บีบตัว และออกฤทธิ์ค่อนข้างแรงและเร็ว อาจทำให้เกิดอาการปวดท้อง รวมถึงอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการทำงานของลำไส้หากใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ดังนั้นจะต้องใช้ในปริมาณที่พอดี เมื่ออาการหายไปแล้วก็ควรจะหยุดใช้ หรือถ้าใช้ติดต่อแล้วยังไม่หาย แนะนำให้ปรึกษาแพทย์จะดีกว่า
4. กลุ่มยาระบายชนิดสวน (Enemas) และชนิดเหน็บ (Suppositories)
การสวนด้วยยาระบายจะทำให้ลำไส้ใหญ่ส่วนปลายโป่งพองเกิดการกระตุ้นลำไส้ ร่วมกับการทำให้อุจจาระอ่อนนุ่มลง จึงสามารถกระตุ้นให้ถ่ายได้ ออกฤทธิ์เร็วภายใน 15 ถึง 30 นาที จึงมักใช้ในรายที่หวังผลให้ถ่ายภายในระยะเวลาสั้นๆ แต่จะต้องมีความระมัดระวังในการสวน และจะต้องมั่นใจว่าอุปกรณ์ต่างๆ นั้นสะอาดดีแล้ว
และนี่ก็เป็นยาระบายที่จะมาช่วยลดอาการท้องผูก การจะเริ่มใช้ยานั้นแนะนำให้มีการปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพื่อความผลอดภัยในการใช้งานนั่นเอง
