อาการปวดเมื่อยตามร่างกายนั้นเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนจะต้องพบ ไม่ว่าจะเป็นจากการทำกิจกรรมในแต่ละวัน หรือการออกกำลังกาย ท่ทำให้ปวดเมื่อย ซึ่งหลายคนก็มีวิธีบรรเทาอาการเหล่านั้นแตกต่างกันออกไป แต่การใช้ยาทาหรือยานวดแก้ปวดก็เป็นวิธีการที่ดั้บความนิยมมากที่สุด แต่หลายคนก็ยังสับสนว่ายาทาแก้ปวดนั้นมีกี่ประเภท วันนี้เรามาดูไปพร้อมๆ กันเลย
ประเภทยาแก้ปวดจำแนกตามสาเหตุของการปวด
1. Nociceptive pain
ความปวดที่มีสาเหตุจากการบาดเจ็บและ/หรือมีการทําลายของเนื้อเยื่อ ส่วนใหญ่เป็นผลจากการที่มีพยาธิสภาพของโรค หรือการแพร่กระจายของโรคไปยังเนื้อเยื่อและอวัยวะภายใน ถ้ามีการกระตุ้นต้วรับความปวด (nociceptors) ของ somatic structures (ผิวหนัง กล้ามเนื้อ กระดูก) เราเรียกเป็น somatic nociceptive pain เช่น เอ็นอักเสบ กล้ามเนื้ออักเสบ เป็นต้น
2. Neuropathic pain
ความปวดซึ่งเป็นผลโดยตรงจากพยาธิสภาพหรือโรคของระบบรับรู้ความรู้สึกทางกาย (somatosensory system) มีการบาดเจ็บของเส้นประสาท ส่วนใหญ่มักจะเรื้อรัง neuropathic pain มีอาการปวดได้หลายลักษณะ เช่น ปวดเสียวแปลบเหมือนไฟช็อต (lancinating) แสบร้อน (burning) รู้สึกยิบๆ(tingling) คัน(itching) ชา (paresthesia) ความรู้สึกผิดปกติเหล่านี้อาจเกิดขึ้นเองหรือเกิดภายหลังการกระตุ้นก็ได้
เลือกยาทาแก้ปวดเมื่อยอย่างไรดี
1. ยานวดบรรเทาปวดแบบเย็น
เป็นยาที่มีสารเมนทอลเป็นส่วนประกอบสำคัญ มีสรรพคุณบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อเนื่องจากการพลิกหรือเคล็ด การช้ำบวมจากการกระแทกหรือบาดเจ็บระหว่างการออกกำลังกาย จึงเหมาะสำหรับอาการบาดเจ็บหรืออาการปวดที่เกิดขึ้นไม่เกิน 48 ชั่วโมงหรือภายหลังการบาดเจ็บทันที เช่น การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา การออกกำลังกาย หรือการบาดเจ็บทั่วไปในชีวิตประจำวันที่ทำให้เกิดอาการปวดเมื่อย โดยฤทธิ์เย็นจะเข้าไปช่วยลดการไหลเวียนของเลือดที่ทำให้เกิดอาการบวม
2. ยานวดบรรเทาปวดแบบร้อน
มีสารสำคัญที่เป็นสารออกฤทธิ์ อยู่สามตัวคือ เมทธิลซาลิไซเลท (Methyl Salicylate) เมนทอล (Menthol) และ ยูจีนอล (Eugenol) ซึ่งสารทั้งสามตัวนั้น เป็นสารสำคัญที่มีคุณสมบัติในการลดอาการปวดเมื่อย กล้ามเนื้อ ลดอาการเจ็บปวดภายนอก เหมาะสำหรับอาการบาดเจ็บและอาการปวดที่เกิดขึ้นในช่วง 48‒72 ชั่วโมงหลังการบาดเจ็บ โดยนอกจากจะช่วยบรรเทาปวดแล้ว ฤทธิ์ร้อนยังกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ซึ่งลดอาการบวมและช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูได้ดีขึ้น
การใช้ยาทา/นวดแก้ปวดเมื่อยนั้นสามารถเลือกใช้ได้ตามอาการปวดเมื่อยและความเหมาะสม และเพื่อความปลอดภัยในการใช้ ควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนใช้ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว โรคผิวหนัง โรคตับ ภาวะเลือดออกผิดปกติ หรืออยู่ระหว่างการใช้ยาอื่น นอกจากนี้ ควรใช้ยาตามฉลากและคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ หลีกเลี่ยงการทายาลงบนผิวหนังที่เป็นผื่นหรือมีแผล หลีกเลี่ยงการใช้ยาทาแก้ปวดหลายชนิดพร้อมกันด้วย
