หลายคนมักมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้ยาขับเลือด โดยเฉพาะคนที่ตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม แล้วกินยาขับเลือดเพื่อหวังให้ขับตัวอ่อนออก แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย หากใช้ผิดวิธีก็จะเป็นอันตรายต่อร่างกายของเราได้ ซึ่งหลักๆ แล้วยาขับเลือดนั้นจะมาช่วยเรื่องของคนที่เลือดลมไม่ดี ประจำเดือนมาน้อย วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับยาขับเลือดกันก่อนใช้งาน
ยาขับเลือดคืฟออะไร
ยาขับเลือด บ้างก็เรียกว่า ยาสตรี และยาขับประจำเดือน หลักการคือเป็นยาที่ประกอบด้วยสมุนไพรเพื่อเพิ่มฤทธิ์ฮอร์โมนเพศหญิงให้กับร่างกาย เมื่อร่างกายปรับสมดุล เพิ่มการสร้างเลือดให้แก่มดลูก แล้วจะมีการสร้างประจำเดือน ขับประจำเดือนออกปกติ แต่อย่างไรก็ดีหากรับประทานมากเกินไปก็ส่งผลเสียสะสมต่อร่างกายได้ ยาขับเลือดช่วยให้โพรงมดลูกหนาตัวขึ้น มีฮอร์โมนเอสโตรเจน และสมุนไพรที่ส่งเสริมการสร้างฮอร์โมนเพศหญิงอยู่ ก่อนใช้งานควรศึกษาตัวสมุนไพรที่มากับในผลิตภัณฑ์
สรรพคุณของยาขับเลือด
- บำรุงเลือด
- กระตุ้นเลือดลมให้ไหลเวียนดี
- บำรุงร่างกาย
- แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ เพราะตัวยาสมุนไพรที่ใช้จะช่วยเรื่องการปรับสภาพฮอร์โมนเพศหญิงให้สมดุล
- แก้ปัญหาเรื่องตกขาว
- ช่วยบำรุงผิวพรรณ เพราะมีสมุนไพรที่ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย
- เป็นยาแทนการอยู่ไฟ ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น
- ขับน้ำคาวปลา
- บำรุงสตรีหลังคลอด
- ช่วยให้เจริญอาหาร
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับยาขับเลือด
หลายคนยังมีความเข้าใจว่า การรับประทานยาขับเลือดในขณะที่ท้องอ่อน ๆ อาจช่วยทำแท้งได้ ซึ่งในความจริงแล้ว ไม่ว่าจะรับประทานยาขับเลือดในช่วงอายุครรภ์ไหนก็ไม่สามารถทำให้แท้งได้ แม้ว่าจะกินยาในปริมาณมากก็ตาม ในทางกลับกันสมุนไพรในยาขับเลือดมีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งดีต่อการตั้งครรภ์ จึงอาจช่วยบำรุงสุขภาพครรภ์และอาจทำให้การตั้งครรภ์ง่ายขึ้นด้วย
ข้อควรระวังในการใช้ยาขับเลือด
การรับประทานยาสตรีเท่ากับการรับประทานฮอร์โมนเพศหญิงเพิ่มเข้าไปในร่างกาย ในขณะที่ผู้หญิงปกติจะมีฮอร์โมนเพศหญิงมากพออยู่แล้ว ดังนั้นการรับประทานยาสตรีอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ จึงทำให้เกิดผลเสียต่ออวัยวะสืบพันธุ์ได้ นอกจากนี้ ยาสตรียังเพิ่มความเสี่ยงทำให้เป็นโรคมะเร็งได้ด้วย โดยเฉพาะโรคมะเร็งเต้านม โรคมะเร็งโพรงมดลูก หรือโรคมะเร็งรังไข่ และยังเกิดผลเสียต่อตับซึ่งต้องทำงานหนักมากขึ้นด้วย และอาจเกิดอาการติดสุราได้ ซึ่งเป็นผลมาจากแอลกอฮอล์ซึ่งเป็นกระสายยาในยาสตรี
ผลข้างเคียงจากการใช้ยาขับเลือด
- หากใช้ยาสตรียาสตรีบำรุงเลือด และยาสตรีขับเลือดเป็นเวลานาน 3-6 เดือน มีความเสี่ยงจะเกิดอาการติดสุราขึ้น เพราะในส่วนผสมของยาสตรีมีแอลกอฮอล์อยู่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อตับได้
- ในส่วนของผู้หญิงตั้งครรภ์นั้น หากรับประทานยาสตรีที่มีส่วนผสมของรากเจตมูลเพลิงแดง ซึ่งเป็นสมุนไพรที่ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ สามารถถึงขั้นพิการได้
